ทำ PA อยู่ต้องอ่าน! สรุปหลักเกณฑ์ “ภาระงานของครู” ตามที่ ก.ค.ศ.กำหนด ชั่วโมงสอนไม่ใช่ทั้งหมดของภาระงาน และเป็นเรื่องสำคัญที่เชื่อมโยงทั้งการจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) และการขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะ
ช่วงปลายปีงบประมาณและก่อนเริ่มรอบ PA ใหม่ เป็นช่วงที่คุณครูหลายคนกำลังตรวจสอบเอกสารและวางแผนการปฏิบัติงานในปีต่อไป หนึ่งในเรื่องที่มักเกิดคำถามทุกปีคือ “ภาระงานครู ต้องมีเท่าไร?”
บางคนเข้าใจว่าดูเฉพาะจำนวนชั่วโมงสอนหน้าชั้นเรียน ขณะที่บางคนมีชั่วโมงสอนไม่มาก แต่มีงานดูแลนักเรียน งานวิชาการ งานโครงการ หรืองานตามนโยบายของโรงเรียนจำนวนมาก
“ภาระงาน” ไม่ได้หมายถึงเฉพาะชั่วโมงสอนหน้าชั้นเรียนเพียงอย่างเดียว
สำนักงาน ก.ค.ศ. มีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับภาระงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู ซึ่งเชื่อมโยงกับทั้งการจัดทำ ข้อตกลงในการพัฒนางาน หรือ PA และการขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะ ครูบอย 101 สรุปประเด็นสำคัญให้เข้าใจง่ายในบทความนี้

ภาระงานครู คืออะไร?
เมื่อพูดถึงภาระงานของครู หลายคนอาจนึกถึงเพียงจำนวนคาบที่เข้าสอนในแต่ละสัปดาห์ แต่ตามหลักเกณฑ์ของ ก.ค.ศ. การพิจารณาภาระงานของตำแหน่งครูมีองค์ประกอบมากกว่านั้น โดยสามารถแบ่งลักษณะงานสำคัญออกเป็น 4 ส่วน
1. ชั่วโมงสอนตามตารางสอน
ส่วนแรกคือสิ่งที่คุณครูคุ้นเคยมากที่สุด ได้แก่ ชั่วโมงสอนตามตารางสอน เป็นเวลาที่ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้กับนักเรียนตามตารางที่สถานศึกษากำหนด
- การสอนรายวิชาพื้นฐาน
- รายวิชาเพิ่มเติม
- กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
- กิจกรรมอื่นที่สถานศึกษาจัดไว้ในตารางเรียนตามหลักสูตร
“ชั่วโมงสอน” เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ “ภาระงาน”
ไม่ได้หมายความว่าภาระงานของครูทั้งหมดจะนับเฉพาะเวลาที่ครูยืนสอนอยู่หน้าชั้นเรียน

2. งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้
นอกจากเวลาสอนแล้ว ครูยังมีงานอีกจำนวนมากที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำให้การเรียนการสอนเกิดขึ้นอย่างมีคุณภาพ ตัวอย่างเช่น
- การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้
- การสร้างและพัฒนาสื่อการเรียนรู้
- การวัดและประเมินผล
- การตรวจงานและให้ข้อมูลย้อนกลับแก่นักเรียน
- การจัดทำข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียน
- การดูแลและช่วยเหลือนักเรียน
- การประสานงานกับผู้ปกครอง
- งานที่เกี่ยวข้องกับระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน
งานเหล่านี้แม้ไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงที่ครูกำลังสอนหน้าชั้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดการเรียนรู้ ดังนั้นจึงไม่ควรมองว่า “ไม่ได้เข้าสอน = ไม่มีภาระงาน”


3. งานพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา
ครูจำนวนมากไม่ได้รับผิดชอบเพียงการสอนรายวิชาของตัวเองเท่านั้น แต่ยังได้รับมอบหมายงานเพื่อพัฒนาคุณภาพของโรงเรียนด้วย เช่น งานวิชาการ งานวัดผล งานประกันคุณภาพการศึกษา งานหลักสูตร งานกิจการนักเรียน งานทะเบียน งานโครงการต่าง ๆ ของโรงเรียน งานพัฒนาสถานศึกษา และงานที่ได้รับมอบหมายตามโครงสร้างการบริหารของโรงเรียน
งานกลุ่มนี้ถือเป็นอีกส่วนหนึ่งของภาระงานของครู โดยควรเป็นงานที่สถานศึกษามอบหมายอย่างชัดเจนและสามารถตรวจสอบได้

4. งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น
อีกส่วนหนึ่งคืองานที่เกี่ยวข้องกับ นโยบายและจุดเน้นของหน่วยงานต้นสังกัดหรือส่วนราชการ โรงเรียนแต่ละแห่งอาจได้รับนโยบายหรือภารกิจที่ต้องดำเนินการเพิ่มเติมในแต่ละช่วงเวลา ครูจึงอาจได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบงานเหล่านี้เพิ่มเติมจากการจัดการเรียนการสอนตามปกติ
งานดังกล่าวสามารถเป็นส่วนหนึ่งของภาระงานได้ตามหลักเกณฑ์และการมอบหมายของสถานศึกษา

แล้วครูต้องมีชั่วโมงสอนกี่ชั่วโมง?
นี่เป็นจุดที่ต้องแยกคำสองคำออกจากกันให้ชัดเจน คือ “ชั่วโมงสอนตามตารางสอน” กับ “ภาระงานรวม” สองอย่างนี้ ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
หลักเกณฑ์ภาระงานกำหนดกรอบตามประเภทและระดับการจัดการศึกษา โดยจำนวนชั่วโมงสอนขั้นต่ำอาจแตกต่างกันตามลักษณะของสถานศึกษาและการจัดการเรียนการสอน
ระดับปฐมวัย
ครูต้องมีชั่วโมงสอนตามตารางสอนตามเกณฑ์ที่กำหนด และเมื่อนำงานส่วนอื่นมารวมแล้วต้องมีภาระงานรวมตามหลักเกณฑ์
ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา
พิจารณาทั้งชั่วโมงสอนตามตารางสอน และงานอื่นที่เป็นองค์ประกอบของภาระงาน
ดังนั้นการดูเพียงว่า “สัปดาห์นี้ฉันสอนกี่คาบ?” ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปภาระงานทั้งหมดของครู คุณครูต้องพิจารณางานส่วนอื่นที่ได้รับมอบหมายประกอบด้วย
ชั่วโมงสอนน้อย ไม่ได้แปลว่า PA ไม่ผ่านทันที
หากเห็นเพียงตัวเลขชั่วโมงสอนแล้วพบว่าตัวเองมีคาบสอนไม่มาก คุณครูไม่ควรรีบสรุปทันทีว่า “แบบนี้ทำ PA ไม่ได้แน่” เพราะการพิจารณาต้องดูตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งประเภทสถานศึกษา ตำแหน่ง ลักษณะงาน ชั่วโมงสอนตามตาราง และองค์ประกอบของภาระงานอื่น
ขณะเดียวกันก็ไม่ควรตีความในทางกลับกันว่า มีงานอื่นเยอะแล้วไม่จำเป็นต้องสนใจชั่วโมงสอนตามตาราง เพราะชั่วโมงสอนตามตารางสอนยังเป็นองค์ประกอบสำคัญที่หลักเกณฑ์กำหนดไว้

แล้วภาระงานเกี่ยวอะไรกับ PA?
เกี่ยวโดยตรงครับ PA หรือ Performance Agreement คือข้อตกลงในการพัฒนางานที่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาจัดทำในแต่ละรอบการประเมิน สำหรับตำแหน่งครู เนื้อหาของ PA ต้องสะท้อนการปฏิบัติงานตามมาตรฐานตำแหน่งและงานที่เกิดขึ้นจริง
ดังนั้นก่อนจัดทำ PA คุณครูควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่า
- สอนวิชาอะไร
- ชั้นไหน
- จำนวนชั่วโมงเท่าไร
- รับผิดชอบงานใดเพิ่มเติม
- โรงเรียนมีคำสั่งมอบหมายงานอะไร
- งานที่ระบุใน PA สอดคล้องกับงานจริงหรือไม่
เพราะข้อมูลเหล่านี้ควรเชื่อมโยงกัน
PA ไม่ใช่การเขียนงานให้ดูเยอะที่สุด
สิ่งหนึ่งที่คุณครูควรระวังคือการเข้าใจว่า PA ต้องเขียนกิจกรรมจำนวนมากเพื่อให้ดูว่าทำงานเยอะ หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่ “ใครใส่งานเยอะกว่า” แต่อยู่ที่งานนั้นสอดคล้องกับมาตรฐานตำแหน่ง บริบทของผู้เรียน และสามารถแสดงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานได้หรือไม่
โดยเฉพาะ ประเด็นท้าทาย ซึ่งควรเป็นปัญหาหรือประเด็นที่ครูต้องการพัฒนาและสามารถแสดงให้เห็นผลลัพธ์ที่เกิดกับผู้เรียนได้อย่างเหมาะสม
งานจริง → ปัญหาจริง → วิธีพัฒนา → ผลลัพธ์ของผู้เรียน
ไม่ใช่เริ่มจากการพยายามสร้างเอกสารให้มากที่สุด

ภาระงานเกี่ยวกับการขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะอย่างไร?
นอกจากใช้ประกอบการจัดทำ PA แล้ว เรื่องภาระงานยังเกี่ยวข้องกับหลักเกณฑ์การขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะด้วย โดยเฉพาะผู้ที่กำลังวางแผนยื่นผ่านระบบ DPA
- ครู → ครูชำนาญการ
- ครูชำนาญการ → ครูชำนาญการพิเศษ
- ครูชำนาญการพิเศษ → ครูเชี่ยวชาญ
ผู้ยื่นควรตรวจสอบคุณสมบัติและเงื่อนไขตามหลักเกณฑ์ของ ก.ค.ศ. ที่ใช้กับกรณีของตนเองให้ครบถ้วน ไม่ควรรอจนถึงวันที่จะยื่น DPA แล้วค่อยย้อนกลับมาตรวจว่า ภาระงานในช่วงเวลาที่ผ่านมาเป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือไม่
ก่อนเริ่ม PA รอบใหม่ ครูควรเช็กอะไรบ้าง?
- ตรวจตารางสอน — ดูจำนวนชั่วโมงสอนจริงและรายวิชาที่ได้รับมอบหมาย
- ตรวจคำสั่งมอบหมายงาน — โดยเฉพาะงานนอกเหนือจากการสอนที่โรงเรียนมอบหมาย
- ตรวจประเภทของงาน — แยกงานสอน งานส่งเสริมการเรียนรู้ งานพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา และงานตอบสนองนโยบาย
- ตรวจ PA — ข้อมูลใน PA ควรสอดคล้องกับงานที่ปฏิบัติจริง
- ตรวจประเด็นท้าทาย — เลือกเรื่องที่สัมพันธ์กับปัญหาหรือความต้องการพัฒนาของผู้เรียนจริง และสามารถเก็บหลักฐานผลลัพธ์ได้
- เก็บหลักฐานระหว่างปี — ไม่ควรรอสิ้นรอบ PA แล้วจึงเริ่มรวบรวมทุกอย่าง
- ถ้ากำลังจะยื่นวิทยฐานะ ให้ตรวจคุณสมบัติล่วงหน้า — โดยเฉพาะระยะเวลาในการดำรงตำแหน่ง/วิทยฐานะ ผล PA และเงื่อนไขอื่นตามหลักเกณฑ์ที่ใช้กับตัวเอง

สิ่งที่ครูควรระวัง
เรื่อง PA และวิทยฐานะมีหนังสือเวียนและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ ดังนั้นไม่ควรใช้เพียงโพสต์ใน Facebook ภาพสรุป ข้อความส่งต่อในกลุ่ม LINE แบบฟอร์มของเพื่อนครู หรือข้อมูลจากปีที่ผ่านมา เป็นหลักในการตัดสินว่าตัวเองผ่านหรือไม่ผ่านเงื่อนไข
เพราะแต่ละคนอาจอยู่คนละประเภทสถานศึกษา มีภาระงานแตกต่างกัน หรืออยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่เหมือนกัน ควรตรวจสอบหนังสือและหลักเกณฑ์ของ ก.ค.ศ. ฉบับที่เกี่ยวข้องกับกรณีของตนเองอีกครั้ง
สรุปง่าย ๆ “ภาระงานครู” ไม่ได้มีแค่ชั่วโมงสอน
ภาระงานครู ≠ ชั่วโมงสอนอย่างเดียว
การพิจารณาภาระงานยังครอบคลุมงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ งานพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา และงานตอบสนองนโยบายหรือจุดเน้นตามที่เกี่ยวข้อง แต่ในขณะเดียวกัน ชั่วโมงสอนตามตารางสอนก็ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญ ที่ต้องตรวจสอบตามหลักเกณฑ์
สำหรับคุณครูที่กำลังเริ่ม PA รอบใหม่ หรือวางแผนขอมี/เลื่อนวิทยฐานะผ่านระบบ DPA การตรวจสอบเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณจึงดีกว่าการรอไปตรวจในวันที่กำลังจะยื่นคำขอ
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
สำนักงาน ก.ค.ศ. เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับ ภาระงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งคุณครูสามารถตรวจสอบรายละเอียดและเอกสารที่เกี่ยวข้องจากต้นฉบับได้
ที่มา : สำนักงาน ก.ค.ศ.
ครูบอย 101 — ข่าวสาร สื่อการสอน และเครื่องมือช่วยครู
