ว 11/2569 เป็นอีกหนึ่งหลักเกณฑ์สำคัญที่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาควรทำความเข้าใจ หลังสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือ ก.ค.ศ. เผยแพร่หลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา พ.ศ. 2569 เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569
หลักเกณฑ์ฉบับใหม่นี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการพัฒนาบุคลากรในหน่วยงาน และในฐานข้อมูลหนังสือเวียนของสำนักงาน ก.ค.ศ. ระบุว่า ว 11/2569 มีสถานะการใช้งาน "ปกติ" และอ้างถึง ว 10/2551 (ยกเลิก)
สำหรับครูที่กำลังสงสัยว่า "ว 11/2569 คืออะไร?" "ครูต้องทำอะไร?" "ผู้อำนวยการโรงเรียนต้องทำอะไร?" "ต้องทำ ID Plan หรือไม่?" และ "เกณฑ์ใหม่ต่างจาก ว 10/2551 อย่างไร?" บทความนี้สรุปให้แบบอ่านง่าย นำไปใช้ทำความเข้าใจเบื้องต้นได้ทันที
ว 11/2569 คืออะไร?
ว 11/2569 มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า
สำนักงาน ก.ค.ศ. เผยแพร่หลักเกณฑ์ดังกล่าวเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 โดยมีเอกสารฉบับเต็มให้ดาวน์โหลดผ่านเว็บไซต์สำนักงาน ก.ค.ศ.
ถ้าอธิบายแบบภาษาครู ว 11/2569 ก็คือ กรอบสำหรับจัดระบบการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่อยู่ใต้บังคับบัญชา หัวใจไม่ได้อยู่ที่คำถามว่า "อบรมไปกี่ครั้ง?" แต่ควรมองไปถึงว่า "บุคลากรต้องพัฒนาอะไร พัฒนาอย่างไร ใครสนับสนุน ติดตามผลอย่างไร และนำสิ่งที่พัฒนาไปใช้กับงานได้อย่างไร?"
ว 11/2569 เกี่ยวข้องกับใครบ้าง?
หลักเกณฑ์นี้เกี่ยวข้องกับ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา รวมถึงผู้บังคับบัญชาที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและพัฒนาบุคลากร
ดังนั้น เรื่องนี้ไม่ใช่ภาระของ "ครู" เพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยทั้ง ผู้บังคับบัญชา + ผู้ใต้บังคับบัญชา + หน่วยงาน ทำงานร่วมกัน เป้าหมายสำคัญคือทำให้การพัฒนาบุคลากรมีทิศทางและสามารถเชื่อมโยงกับการปฏิบัติงานจริงได้มากขึ้น
ครูและบุคลากรต้องทำอะไรตาม ว 11/2569?
เมื่อพูดถึง "การพัฒนาบุคลากร" สิ่งแรกที่ควรทำไม่ใช่การรีบค้นหาว่า "มีอบรมที่ไหนบ้าง?" แต่ควรเริ่มจากคำถามว่า "ตอนนี้เราควรพัฒนาอะไร?" ตัวอย่างเช่น ครูอาจพิจารณาว่า:
- ต้องพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีดิจิทัลหรือไม่
- ต้องพัฒนาการออกแบบการเรียนรู้หรือไม่
- ต้องพัฒนาการวัดและประเมินผลหรือไม่
- ต้องพัฒนาการจัดการชั้นเรียนหรือไม่
- ต้องพัฒนาทักษะด้านการใช้ข้อมูลหรือไม่
- มีภารกิจใดที่ยังขาดความรู้หรือทักษะที่จำเป็นหรือไม่
เมื่อรู้ว่าต้องพัฒนาอะไร จึงค่อยเลือกวิธีการพัฒนาที่เหมาะสม แนวคิดสำคัญจึงเป็น:
ID Plan เกี่ยวข้องอย่างไร?
หนึ่งในคำที่ครูควรจับตามองคือ ID Plan หรือแผนพัฒนารายบุคคล แนวคิดของ ID Plan คือการมองบุคลากรเป็นรายบุคคล เพราะครูแต่ละคนมีหน้าที่ ประสบการณ์ จุดแข็ง และความต้องการพัฒนาแตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น
- ครูคนที่ 1 อาจต้องการพัฒนาการใช้ AI เพื่อการจัดการเรียนรู้
- ครูคนที่ 2 อาจต้องการพัฒนาการวัดและประเมินผล
- ครูคนที่ 3 อาจต้องการพัฒนาทักษะการจัดกิจกรรม Active Learning
ดังนั้น การพัฒนาที่ดีจึงไม่จำเป็นต้องให้ทุกคนเดินไปในเส้นทางเดียวกันทั้งหมด หัวใจสำคัญคือ
ผู้บังคับบัญชาต้องทำอะไร?
ประเด็นนี้ถือว่าสำคัญมากสำหรับผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บังคับบัญชา เพราะ ว 11/2569 ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องของการ "ส่งครูไปอบรม" เท่านั้น บทบาทของผู้บังคับบัญชาควรครอบคลุมตั้งแต่การมองเห็นความต้องการพัฒนา ไปจนถึงการสนับสนุนและติดตามผล สรุปเป็นภาพง่าย ๆ ได้ 6 ขั้นตอน:
1. วิเคราะห์
มองว่าบุคลากรในหน่วยงานมีความต้องการพัฒนาเรื่องใด
2. วางแผน
กำหนดแนวทางการพัฒนาให้เหมาะกับบุคลากรและบริบทของหน่วยงาน
3. ส่งเสริม
สร้างโอกาสให้บุคลากรได้รับการพัฒนา
4. สนับสนุน
สนับสนุนทรัพยากร เวลา หรือสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้
5. ติดตาม
ติดตามว่าหลังจากได้รับการพัฒนาแล้ว บุคลากรมีความก้าวหน้าอย่างไร
6. นำผลไปใช้
นำผลจากการพัฒนาไปใช้ประโยชน์ในการทำงานและการบริหารบุคลากร
ดังนั้น บทบาทของผู้บริหารจึงไม่ควรจบที่ "อนุมัติให้ไปอบรม" แต่ควรไปต่อถึง "อบรมแล้วนำกลับมาใช้กับงานอย่างไร?"
การพัฒนาไม่จำเป็นต้องมีแค่การอบรม
ในบริบทการทำงานยุคปัจจุบัน การเรียนรู้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเข้าอบรมในห้องประชุม การพัฒนาบุคลากรสามารถออกแบบให้เหมาะกับบริบทของหน่วยงานและบุคลากรได้ ตัวอย่างรูปแบบที่พบได้ในยุคปัจจุบัน ได้แก่
- การอบรมแบบ On-site
- การเรียนรู้แบบ Online
- การเรียนรู้แบบ Hybrid
- การเรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริง
- การแลกเปลี่ยนเรียนรู้
- การเรียนรู้ร่วมกับเพื่อนร่วมงาน
- การใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ
- การเรียนรู้ด้วยตนเอง
จุดสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า "เรียนที่ไหน?" แต่คือ "เรียนแล้วเกิดอะไรขึ้นกับการทำงาน?"
เนื้อหาการพัฒนาครอบคลุมเรื่องอะไรบ้าง?
การพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาไม่ได้หมายถึงการพัฒนาความรู้ด้านการสอนเพียงอย่างเดียว แต่ควรมองให้ครอบคลุมทั้งความรู้ ทักษะ สมรรถนะ คุณธรรม จริยธรรม และความสามารถในการปฏิบัติงาน ประเด็นที่ควรให้ความสำคัญ ได้แก่
- นโยบายของหน่วยงานต้นสังกัด
- หน้าที่และความรับผิดชอบ
- มาตรฐานตำแหน่งและสมรรถนะ
- การเปลี่ยนแปลงด้านการศึกษา
- เทคโนโลยีดิจิทัล
- การจัดการเรียนรู้ / การวัดและประเมินผล
- วินัยและคุณธรรม / จริยธรรม / จรรยาบรรณวิชาชีพ
- จิตสาธารณะ และความต้องการเฉพาะของหน่วยงานและพื้นที่
ดังนั้นการพัฒนาครูในยุคใหม่จึงควรเป็นการพัฒนาที่มอง "คนทั้งคน" ไม่ใช่เฉพาะทักษะด้านใดด้านหนึ่ง
ว 11/2569 เริ่มใช้เมื่อไร?
สำนักงาน ก.ค.ศ. เผยแพร่ ว 11/2569 เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 และฐานข้อมูลหนังสือเวียนของสำนักงาน ก.ค.ศ. ระบุสถานะการใช้งานของหนังสือเวียนฉบับนี้ว่า "ปกติ" พร้อมระบุว่า อ้างถึง ว 10/2551 (ยกเลิก)
ดังนั้น วันที่สำคัญที่ครูและผู้บริหารควรจำคือ 📅 2 กันยายน 2569
ทั้งนี้ หากมีกรณีงานหรือกระบวนการที่เริ่มดำเนินการไว้ตามหลักเกณฑ์เดิม ควรตรวจสอบรายละเอียดในเอกสารฉบับเต็มและแนวทางที่หน่วยงานต้นสังกัดแจ้งอีกครั้งก่อนดำเนินการ เพื่อให้ถูกต้องตามกรณี
ว 11/2569 ต่างจาก ว 10/2551 อย่างไร?
หลายคนอาจสงสัยว่า "แล้วทำไมต้องมี ว 11/2569 ในเมื่อมี ว 10/2551 อยู่แล้ว?" คำตอบง่าย ๆ คือ บริบทของการทำงานเปลี่ยนไปมาก
ว 10/2551 เป็นหลักเกณฑ์ที่ประกาศใช้เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2551 และมีชื่อเรื่องเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาเช่นเดียวกัน แต่หลังจากผ่านมาหลายปี ระบบการศึกษา เทคโนโลยี รูปแบบการทำงาน และความต้องการของบุคลากรเปลี่ยนไปอย่างมาก จึงมีการปรับหลักเกณฑ์ใหม่
สำนักงาน ก.ค.ศ. ระบุในฐานข้อมูลหนังสือเวียนว่า ว 11/2569 อ้างถึง ว 10/2551 (ยกเลิก)
ตารางเปรียบเทียบ ว 10/2551 กับ ว 11/2569
| ประเด็น | ว 10/2551 | ว 11/2569 |
|---|---|---|
| ยุคของหลักเกณฑ์ | ใช้ตั้งแต่ปี 2551 | ปรับใหม่ในปี 2569 |
| สถานะ | หลักเกณฑ์เดิม | หลักเกณฑ์ฉบับใหม่ |
| การพัฒนา | เน้นการพัฒนาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง | ปรับให้สอดคล้องกับบริบทและความต้องการปัจจุบัน |
| บทบาทผู้บังคับบัญชา | ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาผู้ใต้บังคับบัญชา | เน้นบทบาทวิเคราะห์ วางแผน สนับสนุน ติดตาม และใช้ผลการพัฒนา |
| ผู้รับการพัฒนา | พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง | เน้นการพัฒนาที่ตอบโจทย์บุคลากรมากขึ้น |
| รูปแบบการเรียนรู้ | อยู่ในบริบทของยุคก่อน | รองรับบริบทการเรียนรู้ยุคดิจิทัลและรูปแบบที่หลากหลาย |
| ผลจากการพัฒนา | มุ่งให้บุคลากรมีความรู้และความสามารถ | เน้นการนำผลการพัฒนาไปใช้กับการปฏิบัติงาน |
| สถานะปัจจุบัน | ถูกยกเลิกตามข้อมูลหนังสือเวียน ว 11/2569 | ใช้เป็นหลักเกณฑ์ใหม่ |
ข้อมูลทางการของสำนักงาน ก.ค.ศ. ยืนยันว่า ว 10/2551 ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2551 ส่วน ว 11/2569 ลงวันที่ 2 กันยายน 2569 และหนังสือเวียนฉบับใหม่ระบุการยกเลิก ว 10/2551
ว 11/2569 เกี่ยวข้องกับ PA หรือไม่?
ชื่อและวัตถุประสงค์ของ ว 11/2569 คือหลักเกณฑ์และวิธีการ พัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา จึงไม่ควรถูกนำไปตีความว่าเป็นการประกาศเปลี่ยนหลักเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะหรือ PA โดยตรง
อย่างไรก็ตาม เรื่องการพัฒนาบุคลากรกับการปฏิบัติงานของครูมีความเชื่อมโยงกันในทางปฏิบัติ จึงควรแยกให้ออกว่า ว 11/2569 = หลักเกณฑ์การพัฒนาบุคลากร ไม่ใช่ ว 11/2569 = เกณฑ์ประเมิน PA ฉบับใหม่
ครูควรเตรียมตัวอย่างไรหลังมี ว 11/2569?
สำหรับครูและบุคลากรที่ต้องเตรียมตัว สิ่งที่ทำได้ง่ายที่สุดคือเริ่มจากการสำรวจตัวเอง
ขั้นที่ 1 — สำรวจจุดที่ต้องพัฒนา
ลองถามตัวเองว่า "ถ้าจะทำงานให้ดีขึ้นอีก 1 เรื่อง ฉันควรพัฒนาเรื่องอะไร?"
ขั้นที่ 2 — เชื่อมโยงกับงาน
ดูว่าทักษะที่ต้องพัฒนานั้นเกี่ยวข้องกับหน้าที่และความรับผิดชอบของเราหรือไม่
ขั้นที่ 3 — วางแผน
กำหนดเป้าหมายและวิธีการพัฒนา
ขั้นที่ 4 — ลงมือพัฒนา
เลือกวิธีที่เหมาะสม ไม่จำเป็นต้องเป็นการอบรมเพียงอย่างเดียว
ขั้นที่ 5 — นำไปใช้จริง
นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุด เพราะการเรียนรู้จะมีความหมายมากขึ้นเมื่อสามารถนำกลับมาใช้กับงานได้จริง
ขั้นที่ 6 — สะท้อนผล
หลังจากนำไปใช้แล้ว ลองถามว่า "อะไรดีขึ้น?" และ "ยังมีอะไรที่ต้องพัฒนาต่อ?"
ส่วนผู้บริหารสถานศึกษา ว 11/2569 อาจเป็นโอกาสในการจัดระบบการพัฒนาบุคลากรของโรงเรียนใหม่ แทนที่จะมองว่า "ปีนี้ต้องส่งครูไปอบรมกี่คน?" อาจเปลี่ยนคำถามเป็น "ปีนี้บุคลากรของเราต้องพัฒนาอะไร เพื่อให้โรงเรียนบรรลุเป้าหมาย?" จากนั้นจึงค่อยวางระบบ:
หากทำได้อย่างต่อเนื่อง โรงเรียนก็จะไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ที่ "จัดอบรมให้ครู" แต่สามารถพัฒนาไปสู่ "องค์กรแห่งการเรียนรู้" ที่คนในองค์กรเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
คำถามที่ครูมักสงสัยเกี่ยวกับ ว 11/2569
สรุป ว 11/2569 แบบจำง่ายที่สุด
ถ้าครูไม่มีเวลาอ่านรายละเอียดทั้งหมด ขอให้จำ 5 คำนี้ไว้
รู้ว่า ใครต้องพัฒนาอะไร → วางแผนว่า จะพัฒนาอย่างไร → ลงมือ พัฒนา → ติดตามผล → นำสิ่งที่เรียนรู้ไป ใช้จริง
นี่คือภาพรวมที่ควรทำความเข้าใจเมื่อพูดถึง ว 11/2569 และสิ่งสำคัญอีกหนึ่งเรื่องคือ
สำหรับครู สิ่งที่ควรจับตาต่อจากนี้คือรายละเอียดในเอกสารฉบับเต็มและแนวทางการนำไปปฏิบัติของหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อให้การจัดทำแผน การพัฒนา และการติดตามผลเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ท้ายที่สุดแล้ว การพัฒนาครูไม่ควรจบที่ "มีใบประกาศแล้ว" แต่ควรไปถึง "ทำงานได้ดีขึ้น" และถ้าครูทำงานได้ดีขึ้น ผู้เรียนก็มีโอกาสได้รับประโยชน์มากขึ้น นี่จึงเป็นเป้าหมายสำคัญที่ควรอยู่เบื้องหลังการพัฒนาบุคลากรในทุกยุค
📚 แหล่งข้อมูลอ้างอิง
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (สำนักงาน ก.ค.ศ.)
- ว 11/2569 หลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา พ.ศ. 2569 เผยแพร่วันที่ 2 กันยายน 2569 — otepc.go.th
- ฐานหนังสือเวียน ก.ค.ศ. ระบุ ว 11/2569 สถานะการใช้งาน "ปกติ" และอ้างถึง ว 10/2551 (ยกเลิก) — circular.otepc.go.th
- ว 10/2551 หลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2551 — circular.otepc.go.th